สำหรับสาวๆ นั้นมักจะต้องคอยรับมือกับอาการปวดประจำเดือนอยู่เสมอ ต่อให้เราจะเป็นคนขยันขันแข็งขนาดไหน ถ้าต้องเจอกับวันของเดือนแล้วมีอาการปวดร่วมด้วยก็คงต้องยอมพ่ายแพ้จริงๆ แต่แต่ละคนมีอาการมากน้อยแตกต่างกัน แต่ความรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวเนี่ย มักมีคล้ายๆ กัน ยิ่งถ้ามีอาการปวดท้อง ปวดเมื่อยเนื้อตัว ร่วมด้วย ก็ยิ่งน่าหงุดหงิด เดือนไหนฮอร์โมนก็พุ่งพรวด ก็อารมณ์ไม่ดีใส่คนรอบข้างซะอีกด้วย 

วันนี้เราจึงมี 9 วิธีรับมือกับอาการปวดประจำเดือน มาฝากทุกคนกัน ว่าจะมีทางแก้อย่างไรบ้าง หากในวันนั้นเราจำเป็นจะต้องออกไปใช้ชีวิตจริงๆ

1. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง รสจัด และอาหารแปรรูป
ในระหว่างที่มีประจำเดือน ระบบย่อยอาหารของหลายคนอาจมีอาการแปรปรวนไม่ปกติ อาหารประเภทหมักดอง รสจัด จะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสีย ส่วนอาหารแปรรูปก็มักมีโซเดียมสูง ร่างกายต้องดูดซึมน้ำมากขึ้นจนเกิดอาการบวมน้ำ มีอาการเจ็บตึงบริเวณเต้านม ท้องอืดและปวดท้องประจำเดือนมากกว่าเดิม ดังนั้นช่วงที่มีประจำเดือนการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่จะดีกว่า

2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกาเฟอีน
กาแฟยามเช้า ดื่มชายามบ่าย แฮงเอาต์หลังเลิกงาน ดูจะเป็นเรื่องปกติของสาวออฟฟิศหลายๆ คน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการปวดท้อง ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ หงุดหงิด โกรธง่าย อารมณ์ตึงเครียด นอนไม่หลับ ควรจะหลีกเลี่ยง

3. รับประทานผักใบเขียว
ผักใบเขียวมีส่วนผสมของไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย พร้อมด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบีสูง ซึ่งช่วยในการดูแลและควบคุมประจำเดือนให้มาอย่างเป็นปกติมากยิ่งขึ้น อาทิ ผักคะน้า มีส่วนประกอบของแมกนีเซียมสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบเลือดให้มีความแข็งแรงและไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น หรือผักบุ้ง ก็มีส่วนประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็กที่มีจำนวนมาก

4. จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ระหว่างวัน
การดื่มน้ำเปล่าอุ่นๆ ระหว่างวัน จะช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้หายจากอาการปวดประจำเดือน อาจน้ำอุ่นธรรมดา หรือเพิ่มรสชาติเป็นน้ำผึ้งผสมมะนาว ก็ช่วยให้สบายท้อง เลือดไหลเวียนดีแล้ว วิตามินซีจากมะนาวก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นพร้อมลุยงานต่อได้ ส่วนถ้าใครชอบน้ำขิง ก็จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ด้วยเช่นกัน

5. พกช็อกโกแลตสักแท่ง
ขนมโปรดของใครหลายคนชนิดนี้ ใครจะรู้บ้างว่า ช็อกโกแลตนั้นอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นกับร่างกายเมื่อเกิดการสูญเสียเลือดในช่วงที่มีประจำเดือน สามารถช่วยลดอาการปวด และช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ฮอร์โมนที่มีหน้าที่ช่วยให้อารมณ์ดี ลดการแปรปรวนของอารมณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ตัวช่วยนี้ควรรับประทานอย่างพอเหมาะ หรือเลือกเป็นดาร์กช็อกโกแลตนะคะ ถ้าไม่อยากกังวลกับโรคอ้วนที่ตามมา

6. กินกล้วยเป็นประจำ
เป็นผลไม้ที่หลายคนคุ้นเคยในคุณประโยชน์มากมาย แต่สำหรับหญิงสาวที่มีอาการปวดประจำเดือน กล้วย เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง การกินกล้วยในช่วงตั้งแต่ก่อนมีประจำเดือน จะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล และสารอาหารอื่นๆ ที่มีอยู่ในกล้วย เช่น แมกนีเซียม ก็ยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ส่วนวิตามินบี 6 ก็ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดบริเวณท้องน้อย และลดภาวะการบวมน้ำในร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย

7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน แอลกอฮอล์จะเป็นตัวกระตุ้นให้ยกระดับความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนได้ เพราะทำให้เลือดจะสูบฉีดมากขึ้น ปริมาณของประจำเดือนก็เพิ่มมากขึ้น เกิดความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดและอาจมีผลต่ออาการปวดท้องร่วมด้วย

8. ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นแปะแก้ปวดประจำเดือน
ถุงน้ำร้อนเป็นไอเทมประจำโต๊ะทำงานสำหรับสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือน เพราะความร้อนสามารถช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงๆ ผ่อนคลายลง และยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ถ้าใครที่จะมูฟไปมาตลอด การเลือกใช้แผ่นแปะแก้ปวดประจำเดือนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเหมือนได้ประคบร้อนแบบพกพา สะดวกขึ้นเยอะ แต่ต้องอ่านวิธีใช้กันให้ดีนะคะ เพราะบางชนิดห้ามแปะบนร่างกายโดยตรง

9. ขยับตัว ยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง
ในช่วงที่มีประจำเดือน สาวๆ มักจะรู้สึกไม่สบายตัวและกลัวเลอะ ก็เลยไม่ค่อยอยากขยับตัวทำอะไรเท่าไร แต่รู้มั้ยว่าการนั่งอยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานๆ ยิ่งทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น ทั้งปวดท้อง ลามไปปวดแขน ปวดไหล่ ปวดคอ การบิดตัวไปมา ยืดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ลุกเดินบ้าง ก็จะช่วยให้คุณสดชื่นขึ้นได้ หรือจะเป็นการนวดเบาๆ บริเวณท้องน้อยเป็นวงกลม ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องผ่อนคลายลง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยได้ในระยะยาวเช่นกัน