คุณเชื่อหรือไม่ ว่าเพียงคำพูด ก็ฆ่าคนตายได้จริงๆ คุณอาจจะมองว่า เกินไปหรือเปล่า ก็แค่คำพูดที่พูดออกมาจากปากจะไปทำให้คนตายได้อย่างไร?

ทุกวันนี้ ส่วนน้อยที่จะไม่เข้าใจคำว่า “นักเลงคีบอร์ด”เพราะคนส่วนใหญ่ก็ต่างเคยเป็นนักเลงคีบอร์ดนี่กันแล้วทั้งนั้น อาจจะเป็นโดยเจตนาหรือไม่เจตนาแล้วก็ตาม 

สมัยนี้การวิพากวิจารย์ใครดูเป็นเรื่องตลกสำหรับคนวิจารณ์ยิ่งนัก เพียงแค่เห็นผู้หญิงแต่งตัวโป๊ก็คอมเมนต์ด่าเขาแม้ว่าจะไม่รู้จักก็ตาม เห็นคนถ่ายคลิปทำร้ายกัน ก็ช่วยคอมเมนต์ด่าสู้โดยที่ไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร คนสมัยนี่ช่างมีน้ำใจจริงๆหลายคนอาจจะคิดอย่างนี้ คนเห็นใจก็มี แต่คนอยากแจมเฉยๆก็มีเพียบ โดยที่ไม่คำนึงเลยว่าคนที่ได้อ่านหรือพบเจอคำด่าเหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไร

อย่างในกรณี ดารา นักแสดง หลายต่อหลายท่าน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก คุณคงเคยได้ยินข่าวผ่านหูผ่านตามาบ้าง ว่าพบเจอร่างไร้วิญญาณของดารา นักแสดงเหล่านั้นอยู่ที่บ้านหรือคอนโด คาดว่าเสียชีวิตจาก การฆ่าตัวตาย 

คำพูดสั้นๆบางคำมีพลังทำลายล้างสูงมากสำหรับบางคน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทนได้ จะปล่อยวาง ปล่อยผ่านได้ บางคนเก็บคำเหล่านั้นมาคิดอยู่ในหัวเป็นวันๆเดือนๆหรือบางทีอาจจะเป็นปี กลายเป็นจุดบอดเป็นปมในการใช้ชีวิต เสียความมั่นใจ เสียความมุ่งมั่น เสียความเป็นตัวเอง หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต


คำพูดฆ่าคนได้และก็สามารถทำให้คนตายทั้งเป็นก็ได้เหมือนกัน สมัยนี้คำที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยที่ไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดงไหนก็เป็นต้องรู้จัก คือคำว่า “บูลลี่ Bully” 

คำจำกัดความอย่างง่ายของคำนี้ก็คือ การล้อเลียนนั่นเอง ถ้านึกย้อนกลับไปในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคน เชื่อว่าแปดสิบเปอเซ็นเลยต้องถูกบูลลี่กันมาแล้วทั้ง แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาเรียกในสิ่งที่โดน 

ตัวอย่างของการบูลลี่ก็คือ อีดำ อีอ้วน อีแห้ง อีโย่ง อีตุ่ม อีช้างน้ำ ไอ้ขี้เหร่ อีหน้าปุ หน้าตาทุเรศ ตัวเหม็น เท้าเหม็น อีเหยินหรือไอ้เหยิน และอื่นๆอีกมากมายหลายร้อนพันคำที่มนุษย์จะสรรหาคิดคำเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อใช้ล้อเลียนกันได้ สิ่งเหล่านี้จะมาจากการล้อเลียนรูปร่างลักษณะซะส่วนใหญ่ 

ในสมัยนี้การบูลลี่เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วัยอนุบาลแล้ว คนที่ปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ลงสู่เด็กน้อยที่เปรียบเสมือนผ้าขาวนี้ไม่ใช่ใคร ก็คือผู้ปกครอง พ่อแม่ ของเด็กเหล่านั้นนั่นเอง มันเป็นการปลูกฝังรุ่นสู่รุ่นโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว เช่นปู่เราเรียกลุงข้างบ้านที่มีลักษณะเป็นคนตัวใหญ่ น้ำหนักเยอะ กินเก่ง ว่า ไอ้อ้วน พอเราได้ยินก็อาจจะเก็บคำนั้นไว้ใช้เรียกคนที่เราเห็นว่าเขามีลักษณะเหมือนคนลุงข้างบ้านคนนั้นโดยที่เราไม่รู้ตัวว่ามันไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะคงไม่มีใครชอบให้ตัวเองโดนล้อเลียนแบบนั้น

สรุปแล้วคำ”พูดสามารถฆ่าคนตายได้”จริง เป็นอาวุธเดียวที่คุณไม่ต้องไปลงทุนซื้อจากที่ไหน ทุกคนมีสิ่งนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สร้างมาเพื่อใช้ทำร้ายคนอื่น คนโดนกระทำอาจจะไม่เสียชีวิตในทันทีเสมือนใช้ปืนยิง แต่มันจะค่อยๆกัดกินใจคนถูกกระทำไปเรื่อย จนรู้สึกตายทั้งเป็นอาจจะนำไปสู่โรคทางประสาทและสิ้นสุดที่การปลิดชีพตัวเองเพราะไม่สามารถสู้กับอาการตายทั้งเป็นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว ทางที่ดีเราควรยุติวงจรอุบาศว์นี้สักทีอย่างที่คนทั่วโลกตอนนี้กำลังรณรงค์กันอยู่

 “คำพูดมีพลัง ” หากคุณใช้ในทางที่ดีมันจะพาคุณไปอยู่ในจุดที่หวังได้ ประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่เป็นทุกเรื่องของชีวิต หากใช้ผิดวิธีคุณอาจจะกำลังกายเป็นฆาตกรเลือดเย็นอย่างไม่รู้ตัวก็ได้