เชื่อว่าสาวๆหลายคนนั้น คงจะอยากตัวหอมตลอดเวลา มีกลิ่นหอมฟุ้งติดตัว เพราะนอกจากจะช่วยให้เรามีความมั่นใจแล้ว บางครั้งผลพลอยได้ก็คืออาจจะมีหนุ่มๆได้กลิ่นหอมๆจากตัวเราแล้วเกิดความหลงไหลขึ้นมาก็ได้ ตัวหอมก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ใครเห็นใครได้กลิ่นก็อยากอยู่ใกล้ แถมช่วยสร้างความรู้สึกประทับใจในแรกพบได้อีกด้วย 

1. อาบน้ำ
อย่างแรกต้องอาบทุกวันอย่างน้อยก็เช้า-เย็น ห้ามขี้เกียจ ในแต่ละครั้งที่อาบต้องถูขัดตามตัวทุกซอกทุกมุมโดยให้มือหรือฟองน้ำก็ได้ และกำหนดสักสองวันต่อสัปดาห์ที่เราจะพอกและขัดผิวด้วยไหมขัดตัวหรือสคลับต่างๆ เพื่อกำจัดขี้ไคล เชื้อแบคทีเรียสะสมซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์

การเลือกสบู่ ครีมอาบน้ำ ปัจจุบันนี้มีแบบที่ผสมหัวน้ำหอมขายตามตลาดมากมาย ลองเลือกกลิ่นที่บ่งบอกความเป็นตัวเองแต่ดมแล้วต้องสดชื่น กลิ่นเบาๆ และเข้ากันได้กับบรรดากลิ่นหอมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เราใช้ด้วยนะ

2. สระผม
การสระผมนี่ก็สำคัญ เวลาเดินเฉิดฉายจนใครๆ ก็หันมองแต่พอสะบัดผมทีกลิ่นเหม็นกลับตีหน้าเข้าอย่างจัง แบบนี้ก็ไม่ไหว ยิ่งอากาศเมืองไทยที่หนาวเหน็บ 40 องศาเซลเซียสด้วยแล้วต้องดูแลเรื่องการสระผมเป็นพิเศษค่ะ สำหรับเทคนิคการสระผม คือสระด้วยแชมพูสองครั้ง ครั้งแรกเพื่อล้างความมันไม่ต้องพิถีพิถันมาก ครั้งที่สองสระปกติเน้นบริเวณโคนผม แล้วตามด้วยครีมนวดหรือหากมีบำรุงผมตัวอื่นก็ใส่ตามใจ สำคัญที่สุดคือต้องทำผมให้แห้งไวที่สุดกลิ่นหอมของแชมพูจะได้ไม่มีกลิ่นอับมารบกวน

การเลือกแชมพูและครีมนวด นอกจากเน้นแก้ปัญหาหนังศีรษะแล้ว หากต้องการให้มีกลิ่นหอมในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็มีแบบผสมน้ำหอมเช่นกัน แต่ย้ำอีกทีคือต้องรีบทำผมให้แห้งโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีสเปรย์น้ำหอมสำหรับผมก็ลองซื้อหามาใช้ได้ พยายามเลือกกลิ่นสดชื่นหอมดอกไม้อ่อนๆ ก็ดี

3. ดับกลิ่นตัว
หลังจากอาบน้ำจนสดชื่นเรียบร้อยแล้วเช็ดตัวให้แห้งอย่าให้เกิดกลิ่นอับชื้น และควรทาโรลออนเลยเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตัวก่อน เดี๋ยวมันจะตีกันจนกลิ่นติดไม่ทน ซึ่งสมัยนี้ก็มีทั้งแบบลูกกลิ้ง แบบทา และแบบสเปรย์

การเลือกกลิ่นโรลออน ให้เลือกกลิ่นที่ไปกันได้กับกลิ่นตัวเราจะดีมาก ลองสังเกตดูว่าโรลออนที่คุณใช้กลิ่นเข้ากับกลิ่นตัวคุณหรือเปล่า เพราะถ้าไปด้วยกันได้จะยิ่งทำให้กลิ่นหอมติดตัวคุณไปตลอดทั้งวันเลย

4. ทาแป้งที่จุดอับ
อย่าพึ่งคิดไปเองแล้วประโคมแป้งที่จุดซ่อนเร้นตรงหว่างขานะ มันจะยิ่งอับชื้น จุดอับตรงนี้หมายถึงตามข้อพับแขน ขา หลังคอ ตรงที่เหงื่อออกง่ายเพื่อให้ผิวแห้งสบาย แต่หากไม่มันใจจุดซ่อนเร้นลองสบู่สำหรับน้องน้อยของเราดู เพราะมันจะช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่ดีไว้ ลดการเกิดกลิ่นอับได้

5. สวมใส่เสื้อผ้าสะอาด
เสื้อผ้าสะอาดเราจะรู้สึกได้เพราะจะมีกลิ่นหอมสดชื่นไม่มีกลิ่นอับ หรือกลิ่นคราบสกปรกหลงเหลืออยู่ นอกจากใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแล้วถ้าวันไหนอยากหอมเป็นพิเศษลองใส่เสื้อผ้าที่ผ่านการอบหลังซัก จะทำให้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มติดทนนาน และพยายามเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดีเหงื่อจะได้ไม่ออกมากเกินไป

6. ฉีดน้ำหอม
ฉีดนะอย่าถึงขั้นอาบ บางคนยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้น้ำหอม ไม่ควรประโคมมากเกินไปจะสร้างมลพิษทางกลิ่นแก่ผู้อื่นได้ คำแนะนำฉีดอย่างไรให้หอมติดทนนาน คือการฉีดในบริเวณจุดชีพจร ข้อพับแขน ข้อมือ ซอกคอ เพราะเวลาเหงื่อออกจะยิ่งช่วยกระตุ้นให้กลิ่นหอมทำงาน หากอยากตัวหอมตลอดเวลา การฉีดน้ำหอมก็เป็นตัวเลือกที่ดี

การเลือกน้ำหอม แนะนำให้เลือกกลิ่นที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณจะยิ่งทำให้คุณมีเสน่ห์ ที่สำคัญเมื่อเจอกลิ่นที่ใช่หากวันไหนไม่ได้ฉีด กลิ่นนั้นก็ยังติดตัวคุณประหนึ่งเป็นกลิ่นตัวคุณเองเลยทีเดียว นอกจากนี้ลองเลือกประเภทน้ำหอมให้เหมาะสมกับความต้องการ กำลังทรัพย์ ประเภทน้ำหอมต่างกันย่อมมีผลต่อความคงทนของกลิ่นต่างกันไปด้วย

7. กินอาหารเช้า
การกินจะช่วยเรื่องตัวหอมได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าต่อให้ฉีดน้ำหอมแทบตายแต่ปากเหม็นก็ไม่รอด มีหลายคนแปลงฟันซะดิบดีแต่ก็ยังมีกลิ่นปาก นั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่กินอาหารเช้ากันก็ได้นะ จากคำแนะนำของ Dr. Mervyn Druian จากศูนย์ทันตกรรมเพื่อนความงามในลอนดอน กล่าวว่าการไม่กินอาหารเช้าจะทำให้แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นปากไม่ถูกน้ำย่อยในปากกำจัดไปด้วย จึงมีโอกาสทำให้คนๆ นั้นมีกลิ่นปากแรงกว่าปกติ รู้แบบนี้ก็กินเถอะ

หากอยากตัวหอมตลอดเวลาก็อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปปรับปรุงใช้กับตัวเองดูนะ การที่เรามีกลิ่นหอมสามารถทำให้ทุกอย่างของเราในวันนั้นดีได้ เพราะกลิ่นหอมจะช่วยกระตุ้มความสุขให้เราอารมณ์ดีอยู่ตลอด แต่ถ้าใครไม่ชอบให้ตัวหอมมากก็ไม่เป็นไร แค่ทำร่างกายให้สะอาดก็เพียงพอแล้ว