Menu Close

รีวิว iPhone12 vs iPhone11 ต่างกัน7,800บาท เอาไงดี?

รีวิว iPhone12 vs iPhone11 

เรื่องแรกคือเรื่องของดีไซน์แล้วก็ หน้าจอ ที่หน้าจอขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน iPhone12สามารถทำตัวเครื่องได้เล็กลงแล้วก็น้ำหนักเบาลงถึง 30กรัม 

ขอบด้านข้างของ iPhone12 จะเล็กกว่า iPhone11 แบบเห็นได้ชัดเลย ที่สำคัญมีการอัพเกรดหน้าจอจากเดิมที่เป็นLCD ขึ้นมาเป็นSuper retina SDR Oled ในที่สุดจอOledอยู่ใน iPhone12 ที่สำคัญ มันไม่ได้คมชัดขึ้นเพียงอย่างเดียว มันยังสามารถแสดงผลในที่สว่างในที่แสงจ้าได้ดีกว่า iPhone11 แบบชัดเจนรวมทั้งสามารถแสดงผลสีดำออกมาได้อย่างสวยงามกว่า iPhone11 อีกด้วยเวลาเล่นเกมหรือดูคอนเทนท์ต่างๆจะสังเกตได้ถึงความแตกต่าง เพราะฉะนั้นสำหรับเรื่องนี้ให้ iphone12 ชนะไปแบบขาดลอย ต่อมาคือเรื่องของกล้องความแตกต่างเดียวระหว่างทางด้านฮาร์ดแวร์ของสองตัว คือ iPhone12 จะอัพเกรดในส่วนของกล้องหลัก12ล้านพิกเซล f1.6 จากเดิมที่เป็นf1.8 เพราะฉะนั้นคุณภาพภาพที่ออกมาใกล้เคียงกันมากเพราะในที่แสงปกติไม่ว่าจะถ่ายวิวถ่ายคนถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอยังไงก็ตามทั้งเลนส์หลัก

แล้วก็เลนส์อัลต้าไวล์แยกไม่ออกเลยว่าถ่ายจากเครื่องไหนแล้วก็มิติของภาพก็ทำได้เหมือนเหมือนกันแต่ว่า iPhone12 จะสามารถเก็บหลอดได้ดีกว่า iPhone11 ทีนี้มาดูภาพในที่แสงน้อยตอนแรกดูบนเครื่องบนมือถือทั้งสองเครื่อง iPhone11 ด้วยความที่หน้าจอมันไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ ก็เลยถ่ายออกมาไม่ค่อยคมเท่าไหร่แต่พอมาดูในคอมสีก็คล้ายกันมากความคมชัดก็ใกล้เคียงกันมาก Portrait Modeก็เหมือนกัน เรื่องของกล้องไม่ค่อยแตกต่างกันเลยอาจจะมีบางภาพที่สกินโทนฝั่ง iPhone12 ทำได้ดีกว่าในส่วนของภาพในที่แสงน้อย ในเรื่องของกล้องหน้าก็ยังใช้กล้องตัวเดิมสกินโทนในฝั่ง iPhone11 ดูนวลกว่า iPhone12 บางภาพก็ทำออกมาได้สว่างกว่า

ความแตกต่างจริงๆของ iPhone11 และ 12 ในปีนี้เป็นเรื่องของการถ่ายวิดีโอที่แสงน้อยนั่นเองเพราะว่าใน iPhone12 เค้าใส่การถ่ายที่เป็น Dolby Vision SDR มาให้ สามารถจะถ่ายได้สูงสุดที่ 30fps ในขณะที่ตัวโปรทั้ง 12 แล้วก็ 12promax สามารถถ่ายได้สุดที่ 60fps อีกเรื่องก็คือเรื่องของแบตเตอรี่และความร้อนในการเล่นเกมส์iPhone11 และ iPhone12 ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แบตลงพอๆกัน ขนาดของแบตเตอรี่ iPhone12 จะเล็กกว่า เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของPerformance พอเทียบคะแนนออกมาแล้ว iPhone12 ชนะทั้งเรื่องSingle-Core และMulti-Core การสปีดเข้าแอพสองตัวนี้ไม่ได้แตกต่างกันมาก ในเรื่องของ 5G iPhone12 รองรับ 5G สรุปเลยที่ราคาแตกต่างกัน 7800บาท ในเรื่องของPerformace ค่อนข้างจะมีความใกล้เคียงกันมากแบตเตอรี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างกันเยอะอาจจะดีขึ้นนิดนึงใน iOS14.2 แต่ที่ทำให้รู้สึกว่า iPhone12 น่าใช้งานกว่ามากๆ เรื่องแรกเลยคือเรื่องของ Dolby Vision SDR และเรื่องที่สองก็คือเรื่องหน้าตาของมันความเหลี่ยมมันทำให้ดูวัยรุ่นดูทันสมัยขึ้น

แล้วก็จะรู้สึกจับถนัดมือมากกว่าหน้าจอเท่ากันแต่ว่าตัวก็เล็กกว่าน้ำหนักเบากว่าทำให้ iPhone12 เป็น option ที่ดี option หนึ่ง ด้านหลังตัวเครื่อง iPhone12 จะมีการฝั่งแม่เหล็กที่เรียกว่า MagSafe ซึ่งสามารถชาร์จไร้สายให้ iPhone12 ทุกรุ่นได้สูงสุดถึง 15 วัตต์ เมื่อใช้ MagSafe Changer และยังสามารถชาร์จให้ iPhone รุ่นเก่า และสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆที่รองรับการชาร์จไร้สายได้สูงสุด 7.5 วัตต์ โดย Apple บอกว่าในอนาคตจะมีอุปกรณ์เสริม MagSafe จากบุคคลที่สามให้ได้ใช้กันอย่างแน่นอน MagSafe นั้นอาจเปิดจุดเริ่มต้นของ iPhone ในอนาคตที่จะไม่มีพอร์ต Lightning และไม่มีพอร์ตอะไรให้เลย iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นได้ขุมพลังตัวใหม่อย่าง A14 Bionic ขนาด 5 นาโนเมตร ซึ่งเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่มีชิพขนาด 5 นาโนเมตร ทำให้การทำงานในด้านต่างๆนั้นเร็วจนน่าเหลือเชื่อ แต่ก็มีคะแนนนำชิพ A13 Bionic ขนาด 7 นาโนเมตร ไปได้นิดหน่อย โดย iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ iOS 14 เมื่อใช้งานคู่กับชิพ A14 Bionic จึงทำให้ตัว iPhone นั้นมีการทำงานในด้านต่างๆได้ดีกว่า iOS 13 ในปีที่แล้ว เพราะได้มีการแก้ไขบั๊คต่างๆบน iOS 13 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว iPhone 12 และ iPhone 12 นั้นยังคงมาพร้อมกับชิพ U1 เหมือน iPhone 11 และ iPhone 11 Pro เหมือนเดิมจึงทำให้การส่งข้อมูลต่างๆผ่าน AirDrop นั้นทำงานได้ดีกว่า iPhone ที่ไม่มีชิพ U1 โดยในอนาคตคาดว่า Apple น่าจะใช้ประโยชน์จากชิพ U1 ได้ในอีกหลายๆด้าน